นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

1. เกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding company) ที่ประกอบธุรกิจจำหน่ายและการให้บริการในอุตสาหกรรมรถยนต์ และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ และบริษัทย่อย อันได้แก่ บริษัท ฮอนด้ามะลิวัลย์ จำกัด (“บริษัทย่อย”) ซึ่งเป็นบริษัทผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ที่ได้รับแต่งตั้งจาก บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด (“ฮอนด้าออโตโมบิล”) และบริษัท ออโตคลิกบายเอซีจี จำกัด (“บริษัทย่อย”) ซึ่งเป็นธุรกิจจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์ทุกยี่ห้อประเภทเร่งด่วน (FAST FIT) รวมถึงบริษัทย่อย บริษัทในเครือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป รวมเรียก (“บริษัท”) ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีความประสงค์จะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญากับบริษัทและอาจจะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญา กับบริษัทในอนาคตต่อไป โดยได้ยินยอมให้ข้อมูลส่วนบุคคลไว้กับบริษัท ดังนั้น นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียดและเพื่อให้บุคคลผู้มีความประสงค์จะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญากับบริษัทและอาจจะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญากับบริษัทในอนาคตต่อไป มีความเข้าใจในแนวนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทในเบื้องต้น อาทิเช่น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในการติดต่อสื่อสาร และให้บริการของบริษัทเมื่อท่านเข้ารับบริการหรือมีนิติสัมพันธ์กับบริษัท จากการแบ่งปันข้อมูลของบริษัทที่มีความเกี่ยวข้อง ทางโซเชียลมีเดีย และทางตามช่องทางต่างๆ ที่บริษัทมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่าน รวมทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ใช้กับบุคคลผู้มีความประสงค์จะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญากับบริษัทและอาจจะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญากับบริษัทในอนาคตต่อไป

2. คำนิยาม

ในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ คำต่อไปนี้ให้หมายถึง

“นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

“บริษัท” หมายถึง บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้น อาทิเช่น ชื่อ คำนำหน้าชื่อ ชื่อและนามสกุล ชื่อเล่น เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ สัญชาติ อาชีพ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง ที่อยู่อีเมล สถานที่ทำงาน ลักษณะงานที่ทำ รายได้ เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร เลขบัตรเครดิต/เดบิต รูปถ่าย ภาพถ่าย ภาพและเสียง เป็นต้น ทั้งนี้ ให้หมายรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล “เจ้าของข้อมูล” อาทิเช่น

  • ลูกค้า ได้แก่ ผู้ซื้อสินค้า ผู้รับบริการ ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการต่าง ๆ ผู้เข้าร่วมสัมมนากับบริษัท (ถ้ามี) รวมทั้ง บุคคลอื่นใดที่ติดต่อกับบริษัทเพื่อขอรับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและ/หรือการบริการ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขายสินค้าและการบริการของบริษัท เป็นต้น
  • คู่สัญญา ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่เป็นคู่สัญญาหรือมีความเกี่ยวข้องตามสัญญาใด ๆ กับบริษัท อาทิเช่น คู่ค้า ผู้ซื้อ ผู้ขายสินค้า ตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดหา ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษา เป็นต้น
  • ในเอกสารแนบท้ายฉบับนี้ คำว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” และ “เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ให้มีความหมายตามที่นิยามในกฏหมายว่าด้วยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

(1) การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำตามกรอบวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท และ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัท อาทิเช่น

  • เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและ/หรือการบริการของบริษัท เพื่อให้เจ้าของข้อมูลได้พิจารณาตัดสินใจและเลือกซื้อสินค้าและ/หรือการบริการต่าง ๆ ของบริษัทได้ตามความประสงค์และให้ตรงตามความต้องการของเจ้าของข้อมูล
  • เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำร้องขอและ/หรือดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลก่อนการซื้อสินค้าและ/หรือการใช้บริการ และก่อนเข้าทำสัญญาดังกล่าว การสมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ กับบริษัท (ถ้ามี)
  • เพื่อบันทึกและใช้เป็นฐานข้อมูลประวัติ และให้การบริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามความต้องการของลูกค้า การเข้าใช้บริการต่าง ๆ เช่น การเข้ารับบริการทดลองขับ (Test Drive) การจองซื้อรถ การยืนยันการจอง การตรวจสอบรายงานการจองของลูกค้าในครั้งก่อน ๆ ตลอดจนการซื้อสินค้าของบริษัท การนำรถเข้าซ่อม และการเข้ารับบริการต่าง ๆ ภายในศูนย์บริการและ/หรือโชว์รูมของบริษัท เป็นต้น ทั้งนี้ ตามรูปแบบและวิธีการออนไลน์ และ/หรือเอกสารแบบฟอร์มตามที่บริษัทกำหนด
  • เพื่อการลงทะเบียนในการสมัครสมาชิก การเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ (ถ้ามี)
  • เพื่อแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับสินค้า และ/หรือการให้บริการ เมื่อเจ้าของข้อมูลได้ตกลงซื้อสินค้าและ/ และ/หรือรับบริการต่าง ๆ กับบริษัท
  • เพื่อให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบข้อเสนอ สิทธิพิเศษ และ/หรือสิทธิประโยชน์ เช่น ส่วนลด ของแถม สิทธิประโยชน์ตามแคมเปญและโปรโมชั่น เพื่อส่งมอบสิทธิประโยชน์ตามแคมเปญ รวมทั้งคำแนะนำและข้อมูลข่าวสารการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า และ/หรือการบริการต่าง ๆ ของบริษัท (ถ้ามี) รวมทั้ง การเชิญชวนให้เข้าสมัครเป็นสมาชิก หรือเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ กับบริษัท (ถ้ามี) ผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ของบริษัท เช่น เว็บไซต์ เฟสบุ๊ค ไลน์ (ถ้ามี) เป็นต้น ทั้งนี้ ตามรูปแบบและวิธีการที่บริษัทกำหนด และ/หรืออาจมีการนำส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังช่องทางออนไลน์ของเจ้าของข้อมูลตามที่เจ้าของข้อมูลได้อนุญาตไว้กับบริษัท
  • เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ เสนอ ให้ ใช้ บริหารจัดการ และ/หรือ การปรับปรุงสินค้าและการบริการ รายการส่งเสริมการขายสินค้าและ/หรือการบริการต่าง ๆ รวมทั้ง การพัฒนาและส่งเสริมสินค้าและ/หรือ การบริการ รวมทั้ง การให้บริการของพนักงาน ที่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพได้มาตราฐาน ให้ทันยุคทันสมัยและดียิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด
  • เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและ/หรือผู้ใช้บริการรวมทั้งการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการหลังการขายแก่เจ้าของข้อมูล เช่น การติดตามผลให้ท่านเข้ามาเปลี่ยนชิ้นส่วนที่มีปัญหาในกรณีที่มีปัญหาด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ ดำเนินการตามการรับประกัน (Warranty) เพื่อแจ้งติดตามให้ท่านนำรถมาเข้าศูนย์บริการตามระยะ ตอบข้อซักถามและ/หรือประเมินผลการขายสินค้าและ/หรือการบริการ การทำแบบสำรวจความพึงพอใจ ข้อแนะนำ ความคิดเห็น การทำแบบสอบถาม การจัดการข้อร้องเรียนแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้าและ/หรือการบริการ กรณีหากมีการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ ( Call Center) บริษัทอาจจะมีการบันทึกการสนทนาไว้ เป็นต้น
  • เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและ/หรือผู้ใช้บริการ การให้คำปรึกษา คำแนะนำ ให้การช่วยเหลือ การติดต่อ ประสานงาน ตอบข้อซักถาม ข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้าและ/หรือการบริการของบริษัท เพื่อพิจารณาและใช้เป็นเอกสารประกอบการประเมินสินเชื่อ การซื้อสินค้าของบริษัท และการเข้าใช้บริการต่าง ๆ กับบริษัท เช่น การจองซื้อรถ การเช่าซื้อรถ การนำรถเข้าซ่อม และเข้ารับบริการต่าง ๆ ภายในศูนย์บริการ และ/หรือโชว์รูมของบริษัท การทำและต่อประกันภัยรถ การต่อภาษีรถ การจดทะเบียน เป็นต้น ตลอดจน การเข้าทำข้อตกลงและ/หรือสัญญา และ/หรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องสินค้าและ/หรือการใช้บริการกับบริษัท รวมทั้ง การดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว
  • เพื่อใช้เป็นประวัติการเก็บรวบรวมฐานข้อมูลเจ้าหนี้ในการการติดตามทวงถาม การบังคับชำระหนี้ รวมทั้ง การดำเนินคดีตามกฎหมาย กรณีหากมีการค้างชำระค่าสินค้าและ/หรือค่าบริการ หนี้ค้างชำระใด ๆ การกระทำผิดสัญญา และ/หรือกฎหมายอื่นใดต่อบริษัท
  • เพื่อการปฎิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายและคำสั่งของหน่วยงานรัฐ เพื่อการดำเนินการตามกฎหมาย ข้อเรียกร้องทางกฎหมาย กฎเกณฑ์ กฎระเบียบ และการขอความร่วมมือของหน่วยงานของรัฐ และใช้ประกอบพยานหลักฐาน การสืบสวนสอบสวน กรณีหากมีการกระทำความผิด และ/หรือเกิดความเสียหายใด ๆ ตลอดจนการระงับข้อพิพาท การร้องทุกข์ต่าง ๆ รวมทั้ง การดำเนินคดีตามกฎหมาย
  • เพื่อการรับและส่งสินค้าและ/หรือเอกสารและ/หรือหลักฐานต่าง ๆ ให้กับลูกค้าและ/หรือผู้ใช้บริการ เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าและ/หรือการใช้บริการของบริษัท (ถ้ามี)
  • เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการทำจ่าย การจัดทำเอกสารเกี่ยวกับชำระเงินและ/หรือการรับชำระเงิน อาทิเช่น ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี การหักภาษี ณ ที่จ่าย และ/หรือเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว
  • เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายบริหาร ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชีการเงิน ฝ่ายทะเบียน ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายประกันภัย ฝ่ายศูนย์บริการและ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของบริษัท บริษัท ฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทไฟแนนซ์ บริษัทประกันภัย บริษัทซ่อมรถ ซ่อมตัวถังและสี และบุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องที่มีสัญญากับบริษัท (ถ้ามี) กรมการขนส่งทางบก กรมสรรพกร สถาบันการเงิน เป็นต้น เพื่อการบริหารจัดการภายในองค์กรและเพื่อดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการการดำเนินการดังกล่าวภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัท
  • เพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ ประสบการณ์และความเหมาะสมของคู่ค้า ผู้ซื้อ ผู้ขายสินค้า ตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดหา ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษา ในการคัดเลือก การประมูลและ/หรือการประกวดราคา (ถ้ามี) เพื่อเข้าทำสัญญากับบริษัท รวมทั้ง ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ
  • เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่และภาระผูกพันตามข้อตกลงและ/หรือสัญญาที่ทำกันไว้
  • เพื่อการทำธุรกรรมทางธุรกิจ การขาย การเข้าซื้อ หรือการโอน การเข้ารับโอนกิจการหน่วยธุรกิจ บริษัทหรือส่วนหนึ่งของบริษัท และธุรกรรมอื่นๆ เกี่ยวกับบริษัท และการโอนข้อมูลของลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับการขายหรือซื้อกิจการ
  • เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ หรือข้อกำหนดอื่น ๆ และตามกฎหมาย

(2) การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือในขณะ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยจะแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทกำหนด รวมทั้ง แจ้งให้ทราบถึงการปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือความจำเป็นที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญากับบริษัทและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกรณีหากไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท ให้เจ้าของข้อมูลทราบในคราวเดียวกัน ยกเว้น เจ้าของข้อมูลได้ทราบรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว ทั้งนี้ การขอความยินยอมดังกล่าวจะกระทำโดยชัดแจ้งตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนดไว้ ยกเว้น กรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล อาทิเช่น

  • เพื่อให้บรรลุวัตุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัย หรือสถิติ ซึ่งได้จัดมีมาตรการการป้องกันที่เหมาะสม ทั้งนี้ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
  • เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
  • เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท เป็นต้น

(3) ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะไม่เก็บจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลโดยตรง ยกเว้นในบางกรณี อาทิเช่น บริษัทได้แจ้งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดและได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ เป็นต้น

(4) กรณีหากการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่นข้อมูลที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะกำหนด บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูล ยกเว้น กรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล อาทิเช่น

  • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม
  • เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูล
  • เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ เพื่อการควบคุมมาตราฐานหรือคุณภาพของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ เป็นต้น

(5) ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย การขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

4. ข้อมูลที่เก็บรวบรวม

บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล อาทิเช่น

  • ข้อมูลและ/หรือแบบฟอร์มการลงทะเบียนเกี่ยวกับซื้อสินค้าและ/หรือการเข้าใช้บริการต่าง ๆ เช่น การจองซื้อรถ การนำรถเข้าซ่อม และเข้ารับบริการต่าง ๆ ภายในศูนย์บริการและ/หรือโชว์ รูมของบริษัท รวมทั้ง การสมัครสมาชิก การเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การเข้าร่วมสัมมนาต่าง ๆ กับบริษัท (ถ้ามี) การรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขายสินค้าและ/หรือการบริการของบริษัท (ถ้ามี) คำร้องขอต่าง ๆ
  • ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสำหรับติดต่อ ซึ่งรวมถึง คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น เพศ วันเกิด อายุ สัญชาติ อาชีพ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่อีเมล ไอดีไลน์ ข้อมูลบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย เบอร์โทรศัพท์ส่วนบุคคล สถานภาพสมรส
  • ข้อมูลในเอกสารทางราชการออกให้ ซึ่งรวมถึง สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาPASSPORT หรือ WORK PERMIT หรือ VISA (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) (ถ้ามี) ใบอนุญาตขับขี่ เอกสารเปลี่ยนแปลงทางราชการ และสำเนาทะเบียนบ้าน
  • ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ของท่าน ("รถยนต์") ซึ่งรวมถึง สำเนาสมุดทะเบียนรถ และ/หรือข้อมูลรถ เช่น หมายเลขประจำรถยนต์ (VIN) หมายเลขผลิตภัณฑ์ หมายเลขเครื่อง รุ่นรถยนต์ ตัวถัง แบบเกียร์ แบบตัวถัง สี เคลือบแก้ว ปีรถยนต์ ขนาดรถยนต์ ปริมาตรกระบอกสูบ วันที่รับรถ น้ำหนักรถ การนำเข้ารถ สมรรถนะ อุบัติเหตุและปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ของท่าน ประวัติการเข้ารับบริการ และประวัติการซ่อม เป็นต้น
  • ข้อมูลที่เกี่ยวกับการซื้อรถยนต์และใช้บริการของท่าน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลการชำระเงิน เลขที่บัญชีธนาคารและ/หรือเลขที่บัตรเครดิต /เดบิต และข้อมูลอื่นๆเกี่ยวกับการชำระเงิน (ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ) ที่อยู่ในการเรียกเก็บเงินและที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เอกสารสัญญาและ/หรือบันทึกข้อตกลง เอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาและ/หรือการรับบริการต่าง ๆ กับบริษัทเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ตลอดจนเอกสาร หลักฐานเกี่ยวกับการชำระเงินและ/หรือรับชำระเงินต่าง ๆ
  • ข้อมูลการตลาดเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลที่เกี่ยวกับจดหมายข่าวและช่องทางการสื่อสารต่างๆ การเลือกรับหรือปฏิเสธการรับข้อมูลข่าวสาร คำเชิญให้เข้าร่วมเหตุการณ์และกิจกรรมพิเศษต่างๆ ข้อเสนอสิทธิพิเศษและที่ได้รับ ข้อมูลความสนใจพิเศษและผลประโยชน์ต่างๆ แบบสอบถามและคำตอบ แบบประเมินผล แบบสำรวจ แบบคำร้องขอต่าง ๆ และข้อมูลการจัดแบ่งกลุ่มลูกค้า (customer segmentation)
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการที่ท่านใช้บริการ ซึ่งรวมถึงซึ่งรวมถึงประวัติและรายละเอียดข้อมูลการใช้บริการ การสอบถามหรือสำรวจความถึงพอใช้การใช้บริการของท่าน [ข้อมูลการท่องเว็บ (เช่น ความสนใจของท่าน และการปรับตั้งค่า) รายละเอียดด้านการตลาดและการติดต่อสื่อสาร (เช่น ความพึงพอใจและการตั้งค่าของท่านในการรับข้อมูลการทำตลาดจากเรา และความพึงพอใจและการตั้งค่าของท่านเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารกับเรา)] และข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งเราจะแจ้งให้ท่านทราบหากเราได้ทำการรวบรวมข้อมูลนั้นไว้
  • ข้อมูลอื่นใดจากอุปกรณ์ของท่านและเทคโนโลยีต่างๆ เราและผู้ให้บริการภายนอกของเราอาจใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่รวบรวมและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์ นอกจากนี้ เราอาจทำการรวบรวมโดยอัตโนมัติซึ่งที่อยู่ไอพี (IP address) ของท่าน หรือข้อมูลเฉพาะ (unique identifier) ของอุปกรณ์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี หรืออุปกรณ์อื่น (รวมเรียกว่า "อุปกรณ์") ที่ท่านใช้เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ การเชื่อมต่อสัญญาณ ประเภทของเบราเซอร์ ระบบปฏิบัติการ เทคโนโลยีอื่นๆ บนอุปกรณ์ที่ท่านใช้ คุกกี้ ข้อมูลการใช้และข้อมูลเฉพาะของอุปกรณ์ไม่สามารถถูกเชื่อมโยงไปถึงท่านเป็นการเฉพาะได้ แต่ถ้าเราสามารถเชื่อมโยงข้อมูลนั้นหรือข้อมูลอื่นใดถึงท่านได้ เราจะถือว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายฉบับนี้ เช่นการบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ Call Center รูปถ่าย ภาพถ่าย บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด (วีดีโอ) รวมทั้ง ภาพถ่าย ภาพและเสียงการเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ สัมมนาต่าง ๆ ที่บริษัทจัดให้มีขึ้น (ถ้ามี) เฉพาะในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะทำประกันภัย เราจะเก็บรวบรวบข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม เพื่อ เก็บ ใช้ และเปิดเผยไปยังผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นนายหน้าประกันภัยให้แก่ท่าน รวมถึงบริษัทประกัน ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง ตามแต่กรณีที่จำเป็นและเป็นไปตามกฎหมาย โดยข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมเพิ่มเติม มีดังต่อไปนี้
  • ข้อมูลเพิ่มเติมในการทำประกันภัย ซึ่งรวมถึงสำเนาสมุดจดทะเบียนรถยนต์ สำเนาใบขับขี่ รายงานการตรวจสภาพรถยนต์ รูปถ่ายรถยนต์ เลขที่ใบสั่งจองรถยนต์ หมายเลขกรมธรรม์ ใบกำกับภาษีรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง ราคารถ ความมีอยู่ของประกันภัยรถและรายละเอียดรถยนต์ที่ทำประกันภัย ข้อมูลทางการเงิน (เช่น ช่องทางการชำระเงิน เลขที่บัญชีธนาคาร สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ข้อมูลบัตรเครดิต) ข้อมูลในทรัพย์สินที่จะเอาประกัน บริษัทประกันภัยที่ท่านเลือก ผู้จำหน่ายที่ท่านใช้บริการ แผนการคุ้มครอง การชำระเบี้ยประกัน ค่าเบี้ย ระยะเวลาการเอาประกันภัยหนังสือรับรองการทำงาน หนังสือรับรองบริษัท หนังสือรับรองชื่อผู้ใช้รถประจำตำแหน่งของบริษัท (กรณีผู้ใช้รถมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท) สำเนาบัตรพนักงานและเอกสารราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลคู่สมรสและบุตร ทะเบียนสมรส สูติบัตร มรณะบัตร หนังสือแต่งตั้งผู้จัดการมรดก(กรณีจำเป็น) ข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ (เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ ที่อยู่ปัจจุบันหมายเลขโทรศัพท์ และความสัมพันธ์กับผู้เอาประกัน) ชื่อผู้ขับขี่ จำนวนเงินที่เอาประกันภัย และสาเหตุการยกเลิกการใช้ผลิตภัณฑ์
  • ข้อมูลการเรียกค่าสินไหมตามกรมธรรม์ รวมถึง รายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุ วันเวลาเกิดอุบัติเหตุ รายละเอียดสภาพแวดล้อมที่เกิดอุบัติเหตุ ประมาณค่าเสียหาย สถานที่ที่มีการรายงานอุบัติเหตุ เอกสารในการเคลม หมายเลขเคลม เลขที่รับแจ้งเคลม
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ตามที่ระบุใบคำขอที่ท่านเอาประกันภัย และ/หรือ check list ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม การใช้สารเสพติด ความพิการ เชื้อชาติ ศาสนา และหมู่โลหิต (ที่ระบุอยู่ในเอกสารที่ราชการออกให้หรือในกรณีอื่นๆ ตามที่บริษัทประกันอาจร้องขอ)

ในกรณีที่เราใช้ข้อมูลประเภทใดๆ ตามที่ได้ชี้แจงไว้ข้างต้นไปในทางที่อาจทำให้เราสามารถระบุตัวตนของท่านได้ เราจะถือว่าข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งจะได้รับการจัดการอย่างข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่เราเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของท่าน เราจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือเมื่อกฎหมายอนุญาตให้กระทำได้

ทั้งนี้ ข้อมูลที่เก็บรวบรวมตามข้อ 4. ซึ่งจะรวมเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”

5. การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

(1) การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลจะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือในขณะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและจะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกรอบวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ต่อเจ้าของข้อมูล ยกเว้น ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยให้เจ้าของข้อมูลทราบและได้รับความยินยอมก่อนใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นแล้ว เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถเก็บรวบรวมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ตามตัวอย่างในข้อ 3. (2) หรือ (4)

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถเก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล บริษัทจะทำการบันทึกการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมนั้นไว้เป็นหนังสือ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มและรายละเอียดที่บริษัทกำหนด อาทิเช่น รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละประเภท ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิและวิธีการการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

(2) ในกรณีที่บริษัทจะมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องมีมาตราฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด หรือหากมีการกำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกันนโยบายดังกล่าวจะต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วน ทั้งนี้ เป็นไปตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

6. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลาอันพอสมควรตามความจำเป็นในการเก็บรักษาเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นตามแต่ละประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม หรือกรณีหากมีข้อพิพาทบริษัทอาจจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลไว้จนกว่าจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ เว้นแต่ กรณีตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บรักษาไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่เราไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอีกต่อไป เราจะทำการลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านออกจากระบบและบันทึกต่างๆของเรา และ/หรือจะดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้อีกต่อไป

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

(1) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล เจ้าของข้อมูลสามารถขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอมนั้นได้

(2) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งให้บริษัทดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง ให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(3) สิทธิในการร้องขอให้ลบ เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้บริษัทดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลได้ ทั้งนี้ ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อเจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมและบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป เป็นต้น

(4) สิทธิในการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลอื่น เจ้าของข้อมูลสามารถขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากบริษัทได้ ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติเช่นเดียวกัน รวมทั้ง มีสิทธิดังนี้

  • ขอให้บริษัทส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังบริษัทซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
  • ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังบริษัทซึ่งเป็นผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง ยกเว้น โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามกรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดและการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลดังกล่าวข้างต้นนั้น จะใช้กับการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไม่ได้ หรือการใช้สิทธินั้นต้องไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น

(5) สิทธิในการคัดค้าน เจ้าของข้อมูลสามารถขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท เป็นต้น

(6) สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ทั้งนี้ ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลายในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น

(7) สิทธิในการถอนความยินยอม เจ้าของข้อมูลสามารถถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่ จะมีข้อจำกัดสิทธิการถอนความยินยอมโดยกฎหมาย หรือสัญญาที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ยินยอมไปแล้วโดยชอบ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ที่จะถอนความยินยอมให้แจ้งความประสงค์มายังบริษัทตามข้อมูลการติดต่อของบริษัทและทำเป็นบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนด

(8) สิทธิในการร้องเรียน เจ้าของข้อมูลสามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท รวมทั้งพนักงานหรือ ผู้รับจ้างของบริษัท ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นของเจ้าของข้อมูลจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมีบางกรณีที่บริษัทอาจปฏิเสธการคัดค้าน หรือคำขอ และ/หรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอการใช้สิทธิดังกล่าวของเจ้าของข้อมูลได้ อาทิเช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ กรณีส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยบริษัทจะทำบันทึกการปฏิเสธการคัดค้านพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการและรายละเอียดตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มตามที่บริษัทกำหนด

ในบางกรณีสำหรับบริษัท ฮอนด้ามะลิวัลย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยนั้น เนื่องจากระบบการจัดเก็บข้อมูลลูกค้ากลางเป็นของฮอนด้าออโตโมบิล บริษัทในฐานะผู้จำหน่ายอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในระบบจัดเก็บข้อมูลลูกค้ากลางของผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าในการให้บริการแก่ท่านอย่างเป็นหนึ่งเดียวกันของเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า ในกรณีดังกล่าว หากคำขอใช้สิทธิของท่านเป็นการใช้สิทธิเหนือข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลของฮอนด้าออโตโมบิลตามสัญญาแต่งตั้งผู้จำหน่ายที่บริษัทมีกับฮอนด้าออโตโมบิล เราอาจต้องส่งคำขอของท่านไปยังฮอนด้าออโตโมบิลเพื่อการพิจารณาดำเนินการตามคำขอของท่าน เราจะดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบหากคำขอของท่านถูกส่งไปพิจารณาโดยฮอนด้าออโตโมบิล

8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล จึงได้กำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมเพื่อปกปิดไว้เป็นความลับ ความถูกต้องครบถ้วนและสภาพพร้อมใช้งาน รวมทั้ง เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข กระทำการใด ๆ ที่อาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้ หรือเปิดเผยโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ หรือทำให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของข้อมูล เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด รวมถึง การทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีและ/หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

กรณีที่บริษัทต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัท บริษัทจะดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ

การจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลร้องขอ หรือเจ้าของข้อมูลได้ถอนความยินยอม ยกเว้น เป็นการเก็บรักษาไว้ หรือการใช้ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับด้านการสาธารณาสุข เช่น เพื่อการป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในประเทศไทย เป็นต้น

กรณีหากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะแจ้งแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดย ไม่ชักช้า ภายในระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เว้นแต่ การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล กรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล บริษัทจะแจ้งเหตุการณ์ละเมิดให้เจ้าของข้อมูลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าทั้งนี้ การแจ้งดังกล่าวและข้อยกเว้นจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

การดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

9. ข้อมูลการติดต่อ

ส่วนงานควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 1111 หมู่ที่ 1 ถนนมะลิวัลย์ ตำบลบ้านทุ่ม
อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
อีเมล์ : pdpa@ach.co.th
โทร : 043-306333 ต่อ 5

10. การเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทสงวนสิทธิที่จะกำหนด เปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเว้นข้อความทั้งหมด หรือบางส่วนในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทเห็นสมควร เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและ/หรือกรณีที่มีประกาศใช้กฎหมายใหม่เพื่อให้บริษัทได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประกาศ ณ วันที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ในนามบริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย